คลื่นยักษ์สึนามิ

posted on 21 Nov 2010 08:58 by kikgt2
คลื่นยักษ์สึนามิ
นับตั้งแต่เริ่มกำเนิดโลกมา โลกเราได้ประสบกับวิกฤติการณ์ความรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงมากมายในปัจจุบันโลกก็ยังคง
เปลี่ยนแปลงอยู่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จัดเป็นกระบวนการธรรมชาติซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหลของพลังงาน
โดยเกิดขึ้นทั้งใน บรรยากาศบนผิวโลก พื้นโลก พื้นสมุทร รวมถึงในชีวมณฑล (Biosphere) ด้วย มีตั้งแต่ปรากฏการณ์ที่
ไม่รุนแรงและเกิดขึ้นเสมอๆ ไปจนถึงเหตุการณ์ที่เป็นภัยพิบัติร้ายแรงและเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าภัยธรรมชาติต่างๆ ก่อให้เกิดความ
เสียหายอย่างมหาศาล ทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สินภัยธรรมชาติส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแต่มนุษย์ก็มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและ
ทางอ้อมโดยภัยธรรมชาติครั้งล่าสุด ที่เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ในเดือนกรกฎาคม 2541ที่ผ่านมานี้คือเกิด คลื่นยักษ์ใต้น้ำถล่มปาปัวนิวกินี
และก็ยังเป็นกระแสข่าวที่สั่นสะเทือนถึงขวัญของชาวไทยภาคใต้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2541 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงภาวะ
การท่องเที่ยวในปี Amazing Thailand อีกด้วย
เหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2541
ที่ผ่านมา โดยหมู่บ้านกว่า 10 แห่งถูกคลื่นซัดเสียหาย ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2541 ที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิตประมาณ
3,000 คน และกว่า 6,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย โดยคลื่นมีความสูงระหว่าง 23 -33 ฟุต เมื่อพุ่งเข้า ปะทะชายฝั่งปาปัวนิวกินี
ทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยเกิดจากผลของแผ่นดินไหวใต้น้ำที่มีค่า 7.0 ตามมาตราวัดริกเตอร์สเกล ทำให้เกิด ความเสียหายตาม
พื้นที่ชายฝั่งยาวประมาณ 60 ไมล์ (90 กิโลเมตร)
ความหมายของ"Tsunami"
"Tsunami" สึนามิเป็นชื่อคลื่นชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยชุดของคลื่นที่มีความยาวคลื่นค่อนข้างมาก และช่วงห่างระยะเวลาของ
แต่ละลูกคลื่นยาวนาน เกิดจากการเคลื่อนตัวของพื้นทะเลในแนวดิ่งจมตัวลงตรงแนวรอยเลื่อน หรือการที่มวลของน้ำ ถูกกระตุ้นหรือ
รบกวน โดยการ แทนที่ทางแนวดิ่งของมวลวัตถุ สัมพันธ์กับการเกิดแผ่นดินไหวแผ่นดินถล่มการระเบิดและการประทุของภูเขาไฟหรือ
แม้กระทั่งการกระทบของ อนุภาคขนาดใหญ่เช่น อุกกาบาตสามารถก่อให้เกิดคลื่นสึนามิได้ซึ่ง คลื่นสึนามิสามารถ ทำลายชายฝั่งทะเล
เป็นสาเหตุให้เกิดความพินาศเสีย หายต่อทั้งชีวิตและ ทรัพย์สิน
"Tsunami" สึนามิเป็นคำมาจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "harbor wave" หรือคลื่นที่เข้าสู่อ่าว
ฝั่งหรือท่าเรือ โดยที่คำว่า "Tsu" หมายถึง "harbor" อ่าว,ฝั่งหรือท่าเรือ ส่วนคำว่า 'Nami' หมายถึง "คลื่น"
ในอดีตนั้นสึนามิ ถูกใช้ในความหมายถึงน้ำท่วม ใหญ่ริมฝั่ง ทะเลเนื่องมาจากแผ่นดินไหว 'tidal waves' ซึ่งเป็นที่ใช้กัน
อยู่แพร่หลายทั่วไปเช่นเดียวกับคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวในทะเล 'seismic seawave' ซึ่งใช้กันในหมู่นักวิทยาศาสตร์
คำว่า 'tidal wave' นี้เป็นการเรียกชื่อ คลื่นสึนามิที่ผิด ถึงแม้ว่าผลกระทบที่เกิดจาก คลื่นสึนามิ มีต่อชายฝั่งทะเลนั้นขึ้นกับ
ระดับของน้ำขึ้น น้ำลง ยามเมื่อคลื่นสึนามิพุ่งกระแทกสู่ฝั่ง แต่คลื่นสึนามิไม่ได้มีความสัมพันธ์กับระดับของน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งระดับน้ำ
นั้นเป็นผลมาจากความไม่สมดุล ผลจาก แรงดึงดูดของดวงจันทร์ พระอาทิตย์และโลกสึนามินั้นไม่ได้เป็น Tidal waves
เนื่องจาก กระบวนการของtidal waves ต้องใช้เวลานานนับ ศตวรรษ ในการกัดเซาะทับถมชายฝั่ง แต่คลื่นสึนามินั้นสามารถเปลี่ยนสภาพ
พื้นที่ ่ชายฝั่งในช่วงเวลาสั้นๆส่วนคำว่า 'seismic sea wave'ก็ทำให้เกิด ความเข้าใจผิด เช่นกัน คำว่า 'seismic'
เกี่ยวกับแผ่นดินไหว ซึ่งมี ความสัมพันธ์ก่อให้เกิดการไหวตัวแต่คลื่นสึนามินั้นสามารถเกิดจากปรากฏการณ์ ที่เป็นNon-seismic
อย่างเช่นเกิดแผ่นดินถล่มหรือ ผลจากอุกกาบาตพุ่งชนคลื่นสึนามิไม่ได้เป็นปฏิกิริยาที่เกิดโดยตรงจากแผ่นดินไหวอย่างเดียว แต่ เป็น
ปฏิกิริยาเกิดจากการที่แผ่นดินไหวแล้วเกิดแผ่นดินยุบหรือถล่ม หรือก้อนอุกกาบาตพุ่งลงทะเล ทำให้มวลน้ำถูกแทนที่จึงเกิดปฏิกิริยา
ของแรงต่อ เนื่องทำให้เกิดคลื่นยักษ์ใต้น้ำขึ้น ซึ่งก็คือ คลื่นสึนามิ นั้นเอง ซึ่งก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็น 'Non-seismic sea
wave' ได้เช่นกัน คลื่นสึนามิ ที่เรียกว่า Seismic sea wave นั้นเกิดจากกรณีที่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในมหาสมุทรหรือใกล้
ชายฝั่งแผ่นดินไหวจะสร้างคลื่นขนาดมหึมา เกิดขึ้นใต้น้ำพลังงานจะแผ่ออกทุกทิศทุกทางจากแหล่งกำเนิดนั่นคือแผ่ออกจากรอบศูนย์
กลางบริเวณที่เกิด แผ่นดินไหวนั่นเองคลื่นจะค่อนข้างใหญ่มากเมื่อ เข้าสู่ฝั่งสภาพที่เป็นจริงในทะเลเปิดน้ำลึกจะเห็นคล้ายลูกคลื่นพอง
วิ่งเลียบไปกับผิวน้ำ ซึ่งเรือยังสามารถแล่นอยู่บนลูกคลื่นนี้ได้แต่เมื่อคลื่นนี้เคลื่อนมาถึง บริเวณน้ำตื้น ใกล้ชายฝั่ง มันจะเคลื่อนโถมเข้า
สู่ชายฝั่งบางครั้งสูงถึง 35 m(2,000 ฟุต) ซึ่งคลื่นสึนามินี้เคลื่อนตัวได้เร็วมาก โดยมีความเร็วประมาณ 1,000 กม.ต่อชั่วโมง
(630 m/h) การเตือนภัยไม่สามารถ ทำได้ทันเวลา

สาเหตุการเกิดสึนามิ
1.เกิดจากการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟ เช่นเหตุการณ์ที่กรากาตัว เมื่อปีค.ศ. 1883
2.เกิดจากแผ่นดินถล่ม เช่นเหตุการณ์ที่อ่าวซากามิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปีคศ. 1933
3.เกิดจากการที่ก้อนหินตกลงในอ่าวหรือมหาสมุทร เช่นเหตุการณ์ที่อ่าวลิทูยาอลาสกาเมื่อปีค.ศ.1933
4.เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกด้วยแรงเทคโทนิคจากแผ่นดินไหว เช่นเหตุการณ์ อลาสกันซูนาม บริเวณอลาสกาในปีค.ศ.1964
5.การเกิดระเบิดใต้น้ำจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์
ข้อสังเกตในการเกิดสึนามิ
- ก่อนเกิดแผ่นดินไหว 9.0 ริคเตอร์ครั้งนี้เพียงไม่กี่วัน ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดค่อนข้างแรงเช่นกันที่
บริเวณใกล้ๆ เกาะทัสมาเนีย ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถ้าพิจารณาจากแผน
ที่ของ plates 12 ชิ้นบนเปลือกโลกที่เรียงต่อๆ กันอยู่ จะพบว่าจุดที่เกิดเหตุครั้งนั้นกับครั้งนี้ อยู่บน
plate เดียวกัน เพียงแต่เป็นคนละด้านของ plate ซึ่งสันนิษฐานกันว่าเหตุจากการเกิดแผ่นดินไหว
ครั้งก่อน ทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ที่เปลือกโลก plate นี้ขึ้น และเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้ง
มหาวิปโยคนี้ตามมา
- ว่ากันว่าสัตว์ทั้งหลาย เป็นเครื่องเตือนภัยแผ่นดินไหวที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากสัตว์หลายๆ ประเภท
มีประสาทสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์เป็นสิบเป็นร้อยเท่า อย่างเช่นสุนัข นก หรือปลาโลมาเหล่านี้จะได้ยิน
ความถี่เสียงที่สูงเกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยิน ซึ่งก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก จะพบว่าสุนัขมักจะเกิด
อาการกระวนกระวาย ไม่เชื่อฟังท่านเหมือนเคย วิ่งเหมือนต้องการจะหนีหรือตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
หรือพวกนก จะบินกันอย่างแตกตื่น ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะมีข่าวก่อนหน้านี้
ไม่นานว่าได้เกิดปรากฏการณ์ปลาโลมาเป็นร้อยๆ ตัว ว่ายเกยตื้นมาตายบริเวณชายหาดของประเทศ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้นถ้าได้ยินข่าวในทำนองดังกล่าว ให้ระวังภัยพิบัติจากธรรมชาติที่จะ
เกิดขึ้นในช่วงนั้นเป็นพิเศษ
- เนื่องจากสึนามิมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกใต้ท้องทะเล ดังนั้นจะต้องมีแผ่นดินไหวหรือ
ภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้นในทะเล ซึ่งแม้เราจะอยู่บนบก เราก็อาจสัมผัสได้ถึงอาการสั่นไหวหรือฝุ่นควัน
ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ควรรีบถอยห่างออกจากพื้นที่ชายฝั่งก่อนโดยเร็วเพื่อเป็นการไม่
ประมาท และเร่งตรวจสอบว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดที่ท่านอยู่มากน้อยเพียงใด
และในแนวใด ถ้าจุดที่เราอยู่ อยู่ในแนวกระจายของหน้าคลื่นตรงๆ โดยไม่มีแผ่นดินบัง จะเกิดการ
ปะทะที่รุนแรงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมชายฝั่งระนอง พังงา ภูเก็ต ถึงมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่ตรัง สตูลและมาเลเซียมีน้อยกว่า ก็เพราะมีหัวเกาะสุมาตราบังไว้นั่นเอง เนื่องจากคลื่นจะเดิน
ทางในแนวเส้นตรงเท่านั้น ไม่สามารถเลี้ยวได้ และถ้าเป็นในแนวทแยงจากจุดกำเนิดคลื่น ก็จะได้รับผล
กระทบน้อยกว่าจุดที่อยู่ในแนวการกระจายตัวของหน้าคลื่นโดยตรง ซึ่งจะกระเพื่อมเป็นวงไกลออกไป
เรื่อยๆ จากจุดกำเนิดคลื่น ณ ตำแหน่งที่เกิดแผ่นดินไหว นอกจากนั้นคลื่นซึนามิยังเดินทางไปได้ไกลมาก
เพราะที่ชายฝั่งตะวันออกของทวีปอาฟริกา คือ โซมาเลีย เคนยา แทนซาเนีย มาดากัสการ์ ฯลฯ ที่อยู่
ไกลออกไปจากจุดเกิดเหตุร่วม 6,000 ถึง 7,000 กิโลเมตร ก็ยังได้รับผลกระทบ มีคนเสียชีวิตจาก
ซึนามิครั้งนี้เช่นกัน
- ข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับภัยพิบัติทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นธารน้ำตกหรือชายฝั่งทะเลก็ตาม คือการที่ระดับ
น้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาทีและการเปลี่ยนสีของน้ำอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น
ถ้าคุณเล่นน้ำตกอยู่ แล้วสังเกตเห็นน้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่นหรือแดงกระทันหัน ให้รีบขึ้นไปบนตลิ่งและ
สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจมีน้ำป่าซัดมาในเวลาไม่นาน (เหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่วังตะไคร้ จ.นครนายก ก็
เคยมีคนให้สัมภาษณ์ทำนองนี้เช่นกัน) ส่วนสึนามิครั้งนี้ ก็ได้เกิดการลดระดับของน้ำทะเลลงอย่างรวด
เร็วจนแห้งขอดจากแนวชายฝั่งเดิม ภายในเวลาไม่กี่นาที ก่อนที่คลื่นยักษ์จะซัดเข้าสู่ชายฝั่ง
(ซึ่งยิ่งน้ำลดไกลเท่าใด คลื่นที่จะซัดในเวลาหลังจากนั้นก็น่าจะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น) หรือถ้าคนที่กำลัง
ดำน้ำอยู่ ก็จะพบว่าระดับความใสและความแรงของกระแสน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ซึ่ง
ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ให้รีบหนีให้ห่างจากชายฝั่งขึ้นไปอยู่บนที่ดอนโดยเร็วที่สุด อย่ามัวแต่มุงดูหรือสงสัย
ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคุณอาจหนีไม่ทันเมื่อมองเห็นยอดคลื่นซัดเข้ามาแล้ว
- ซึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเล ไม่ได้เกิดจากลมหรือพายุ จะมีลักษณะเป็นคลื่นใต้น้ำมากกว่าคลื่น
บนผิวน้ำ เพราะฉะนั้นบนผิวทะเลที่ห่างชายฝั่งจะดูค่อนข้างสงบ แต่จะแผลงฤทธิ์อย่างรุนแรงก็ต่อเมื่อซัด
เข้าสู่ชายฝั่งแล้ว ดังนั้นจึงสังเกตได้ค่อนข้างยาก (ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุด น่าจะเป็นการที่น้ำทะเล
ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว)
- ถ้าคุณอยู่บริเวณชายฝั่งและสงสัยว่าจะเกิดซึนามิซัด สติคือสิ่งสำคัญที่สุด มองหาทางหนีทีไล่ไว้ให้ดี ถ้า
หนีไม่ทันให้จับยึดสิ่งที่มั่นคงแข็งแรงพอที่จะไม่ปลิวไปตามความแรงของน้ำ (เช่นต้นมะพร้าว) ให้แน่น
เพื่อไม่ให้น้ำกวาดคุณลงไปในทะเล หรือถ้ามีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ ให้วิ่งหนีขึ้นไปบนตึกชั้นสูงสุด
(ถ้าคุณมั่นใจว่าตึกนั้นสูงพ้นยอดคลื่นและแข็งแรงพอที่จะไม่พังทลายไปตามกระแสน้ำตอนที่คลื่นซัดเข้ามา)
อย่าวิ่งสะเปะสะปะเป็นอันขาด เพราะซึนามิซัดเร็วและแรงกว่าที่คุณคิดไว้มาก อย่าพาตัวเองเข้าไปอยู่
ในมุมอับที่น้ำท่วมเข้าไปได้โดยที่คุณไม่มีทางออก อย่างห้องพักในโรงแรมหรือที่จอดรถใต้ดิน และให้
ระวังเศษสิ่งของต่างๆ ที่จะปลิวมาปะทะร่างกายคุณตอนที่น้ำซัดเข้ามาและกวาดข้าวของลงไปในทะเล ด้วย
- ถ้าคุณอยู่ใกล้ทะเลมากกว่าหรืออยู่ในทะเลอยู่แล้ว คิดว่าหนีขึ้นที่สูงบนชายฝั่งไม่ทัน และถ้าคุณมั่นใจว่า
เรือคุณมีขนาดใหญ่พอที่จะลอยลำต้าน ในกรณีเจอคลื่นสูงๆ ได้ ให้รีบออกห่างจากชายฝั่งให้เร็วและไกล ที่สุด
เพราะน่าจะมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าอยู่ใกล้ชายฝั่งซึ่งเป็นจุดที่อันตรายที่สุด
- ถ้าคุณเป็นคนที่ว่ายน้ำแข็ง และยังมีลมหายใจ ไม่สำลักน้ำไปเสียก่อนตอนที่ถูกน้ำซัด ถ้าคุณถูกน้ำกวาด
ลงไปในทะเล ให้พยายามออกแรงให้น้อยที่สุด พยายามลอยตัว พยุงตัวเองเข้าไว้ เซฟแรงไว้ให้ มากที่สุด
เพื่อรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่บนฝั่ง อย่าพยายามออกแรงว่ายเข้าสู่ชายฝั่งเองถ้าไม่มั่น
ใจว่าใกล้พอ เพราะมันอาจไกลกว่าที่คุณคิดหรือที่ประมาณไว้ด้วยสายตามาก
- เหตุการณ์ครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเช้า ทำให้พอมองเห็น 'สัญญาณเตือน' ล่วงหน้าของภัยธรรมชาติ
อยู่บ้าง รวมทั้งยังมีคณะนักท่องเที่ยวที่ขึ้นเรือไปอยู่กลางทะเลแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
ในตอนกลางคืนที่คนส่วนใหญ่เข้าพักนอนในห้องพักริมชายหาดและกำลังพักผ่อนโดยไม่ทันระวังตัวใดๆ
อาจเกิดความสูญเสียมหาศาลกว่านี้ ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์ตอนกลางคืน 'ระบบแจ้งเตือนภัยซึนามิ'
ที่น่า จะถูกผลักดันให้เข้าสู่ครม. ในอนาคตอันใกล้นี้ น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด

มาตราการป้องกันภัยจากคลื่นสึนามิ

1. เมื่อรู้ว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ขณะที่อยู่ในทะเลหรือบริเวณชายฝั่ง ให้รีบออกจากบริเวณชายฝั่งไปยังบริเวณที่สูงหรือที่ดอนทันที โดยไม่ต้องรอประกาศจากทางราชการ เนื่องจากคลื่นสึนามีเคลื่นที่ด้วยความเร็วสูง
2. เมื่อได้รับฟังประกาศจากทางราชการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณทะเลอันดามัน ให้เตรียมรับสถานะการณ์ที่อาจจะเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ โดยด่วน
3. สังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่ง หากทะเลมีการลดของระดับน้ำลงมาก หลังการเกิดแผ่นดินไหวให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้อพยพ คนในครอบครัว สัตว์เลี้ยง ให้อยู่ห่างจากชายฝั่งมากๆและอยู่ในที่ดอนหรือน้ำท่วมไม่ถึง
4. ถ้าอยู่ในเรือซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือหรืออ่าวให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่าจะเกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าหา เพราะคลื่นสึนามิที่อยู่ไกลชายฝั่งมากๆ จะมีขนาดเล็ก
5. คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายระลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากมีการแกว่งไปมาของน้ำทะเล ดังนั้นควรรอสักระยะหนึ่งจึงสามารถลงไปชาดหาดได้
6. ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
7. หากที่พักอาศัยอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ วางวัสดุ ลดแรงปะทะของน้ำทะเล และก่อสร้างที่พักอาศัยให้มั่นคงแข็งแรง ในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยในเรื่องคลื่นสึนามิ
8. หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่งในย่านที่มีความเสี่ยงสูง
9. วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากคลื่นสึนามิ เช่น กำหนดสถานที่ในการอพยพแหล่งสะสมน้ำสะอาด เป็นต้น
10. จัดผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัยควรมีระยะห่างจากชายฝั่ง
11. ประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้ประชาชน ในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ และแผ่นดินไหว
12. วางแผนล่วงหน้า หากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริง ในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัยด้านสาธารณสุข การรื้อถอน และฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น
13. อย่าลงไปในชายหาดเพื่อดูคลื่นสึนามิ เพราะเมื่อเห็นคลื่นแล้วก็ใกล้เกินกว่าจะหลบหนีทัน
14. คลื่นสึนามิ ในบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดเล็ก แต่อีกบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อได้ยินข่าวการเกิดคลื่นสึนามิ ขนาดเล็กในสถานที่หนึ่ง จงอย่าประมาทให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ที่มา
http://www.yupparaj.ac.th/special/earthquake/tsunami.htm http://www.cmmet.tmd.go.th/seismo/tsu.php



edit @ 21 Nov 2010 12:06:15 by NC

edit @ 22 Nov 2010 21:25:29 by NC

Comment

Comment:

Tweet