อายุทางธรณีวิทยา

posted on 19 Dec 2010 19:33 by kikgt2

อายุทางธรณีวิทยา
     

โดยทั่วไปอายุทางธรณีวิทยาแบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

1. อายุเปรียบเทียบ (relative  age)  

อายุหินเปรียบเทียบหาได้โดยอาศัยข้อมูลจากซากดึกดำบรรพ์ที่ทราบอายุ  
ลักษณะการลำดับชั้นของหินชนิดต่างๆ  และลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา
ที่เรียกว่า ธรณีกาล (geologic  time)  

2. อายุสัมบูรณ์ (absolute  age)

เป็นอายุของหินหรือซากดึกดำบรรพ์  ที่สามารถบอกเป็นจำนวนปีที่

ค่อนข้างแน่นอน  การหาอายุสัมบูรณ์ใช้วิธคำนวณ

จากครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสีที่มี

อยู่ในหิน  หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ต้องการศึกษา 

 ธาตุกัมมันตรังสีที่นิยม

นำมาหาสัมบูรณ์ได้แก่  ธาตุคาร์บอน-14   ธาตุโพแทสเซียม-40  

ธาตุเรเดียม-226   และธาตุยูเรเนียม-238  เป็นต้น

การหาอายุสัมบุรณ์มัักใช้กับหินที่มีอายุมากเ็นแสนเป็นล้านปี  

ซากดึกดำบรรพ์์ 

 

คือซากและร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่เคย

อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเมื่อตายลงซากก็ถูกทับถมและฝังตัวอยู่ใน

ชั้นหินตะกอน นักธรณีวิทยา ใช้ซากดึกดำบรรพ์

เป็นหลักฐานบอกกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของพื้นที่ต่างๆ  

ซึ่งสามารถบอกถึงสภาพแวดล้อม ในอดีตว่าเป็นบนบกหรือในทะเล เป็นต้น

นอกจากนั้นซากดึกดำบรรพ์ ยังสามารถบอกช่วงอายุของหินชนิดอื่น

ที่เกิดอยู่ร่วมกับหินตะกอนเหล่านั้นได้ด้วย

ซากดึกดำบรรพ์ดัชนี

ซากดึกดำบรรพ์ดัชนี (index fossil) เป็นซากดึกดำบรรพ์ที่บอก

อายุได้แน่นอน เนื่องจากเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีวิวัฒนาการทางโครงสร้าง

และรูปร่างอย่างรวดเร็ว มีความแตกต่างในแต่ละช่วงอายุอย่างเห็นเด่นชัด

และปรากฎให้เห็นเพียงช่วงอายุหนึ่งแล้วก็สูญพันธุ์ไป ได้แก่ ไทรโลไบต์

แกรพโตไลต์ ฟิวซูลินิด


ไทรโลไบต

ฟิวซูลินิด
ซากดึกดำบรรพ์ของฟิวซูลินิด ในหินปูนบริเวณบ้านหนองหิน

อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อายุประมาณ 290 ล้านปี

ภาพในกรอบเล็กขยายให้เห็นห้องหลายๆ

ห้องที่ประกอบกันเป็นฟิวซูลินิด ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่สูญพันธุ์แล้ว

จัดเป็นซากดึกดำบรรพ์ดัชน

 

กระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์


     การเกิดซากดึกดำบรรพ์ส่วนมากจะมีปัจจัยสำคัญสองประการ

คือโครงร่างส่วนที่เป็นของแข็งของสิ่งมีชีวิตกับกระบวน

การเก็บรักษาซากเหล่านั้น เมื่อสิ่งมีชีวิตล้มตายลง

โครงร่างส่วนที่เป็นของแข็ง เช่น กระดูก ฟัน กะโหลก กิ่งก้าน ใบไม้

และเปลือกหอย เป็นต้น จะเหลืออยู่เป็นซาก

ซากเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นซากดึกดำบรรพ์

ด้วยกระบวนการสองอย่าง คือ

การตกตะกอนทับถมลงบนซากและการที่สารละลายของแร่ธาตุเข้าแทน

ที่ซากอย่างรวดเร็ว ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโตได้

เมื่อแข็งตัวจึงกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ให้ศึกษาได้ ส่วนมากซากของสิ่งมีชีวิตจะถูกเก็บรักษาไว้ได้ดีบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ

ทะเลสาบและท้องทะเล ทั้งนี้เพราะบริเวณเหล่านั้นมีตะกอน

เม็ดเล็กสะสมตัวมาก สภาพแวดล้อมค่อนข้างสงบ

ซากไม่ถูกทำลายให้แตกหักมาก

ภาพแสดงกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์


ส่วนที่อ่อนนุ่ม เช่น เนื้อปลา จะเปื่อยยุ่ยและสลายไปเหลือ

ส่วนที่เป็นของแข็งได้แก่ กระดูกอยู่ในท้องทะเล

เวลาผ่านไปนานเข้ามีการสะสมตะกอนทับถมลงบนซากเดิม

และซากกระดูกเดิมของปลา ถูกแทนที่ด้วยสารละลายของแร่ธาตุต่างๆ

เปลือกโลกมีการยกตัวขึ้น

ชั้นหินที่มีซากดึกดำบรรพ์ก็มีการเอียงเทและค่อยๆถูกยกตัวสูงขึ้น

น้ำทะเลหายไปกลายเป็นแผ่นดินมีต้นไม้ขึ้น


ต่อมาชั้นหินที่มีซากดึกดำบรรพ์ถูกกัดเซาะผุพัง

ซากนั้นอาจจะถูกกัดเซาะหลุดออกจากชั้นหินเดิมหรือชั้นหิน

ตอนบนถูกกัดเซาะหายไปทำให้เห็นหินชั้น ที่มีซากดึกดำบรรพ์ได้

                         

ซากดึกดำบรรพ์ที่ถูกเก็บรักษาอยู่ในชั้นหินเมื่อถูกกัดเซาะผุพังโดยตัว

การต่าง ๆ เช่น น้ำ ลม หรือฝน จะปรากฏให้เห็นตามธรรมชาติ

นอกจากนั้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หรือการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก

ลักษณะต่าง ๆ จะทำให้ชั้นหินเอียงเทและบางครั้งชั้นหินตอนบน

ถูกชะล้างออกไป จนซากดึกดำบรรพ์นั้นปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน

รูปฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ต.โนนบุรี อ. สหัสขันธ์จ. กาฬสินธุ์

รูป รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝก ต. ภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จ. กาฬสินธุ์

รูป รอยเท้าไดโนเสาร์ภูหลวง เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง จ. เลย

การลำดับชั้นหิน

โลกเมื่อกำเนิดขึ้นมาแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการ

และปรากฎการณ์ต่างๆทางธรณีวิทยา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทำให้หินที่ปรากฎอยู่บนเปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งรูปแบบและตำแหน่งที่ตั้ง จากหลักการพื้นฐาน ทางธรณีวิทยาที่เสนอว่า

"ปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต" หรืออาจสรุปเป็นคำกล่าวสั้นๆว่า

ปัจจุบันคือกุญแจไขไปสู่อดีต

(Present is the key to understand the past)

ในสภาพปกติชั้นหินตะกอนที่อยู่ด้านล่างจะสะสมตัวก่อน

มีอายุมากกว่าชั้นตะกอนที่วางทับอยู่ชั้นบนขึ้นมา จากรูป

หินทรายมีอายุน้อยที่สุด

ต่อมาเมื่อเปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง

อาจเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีภาค แผ่นดินไหว

หรือภูเขาไฟระเบิด

ทำให้ชั้นหินที่อยู่ในแนวราบเกิดเอียงเทไปซึ่งในปัจจุบัน

มักจะพบชั้นหินที่มีการเอียงเทดังในภาพ

นอกจากนี้ โครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ปรากฎอยู่ในหิน เช่น

รอยเลื่อน รอยคดโค้งของชั้นหินและรอยชั้นไม่ต่อเนื่อง

ก็สามารถอธิบายประวัติความเป็นมาของพื้นที่นั้นได้

จะเห็นว่าชั้นหิน รอยคดโค้ง รอยชั้นไม่ต่อเนื่องที่เกิดในหิน

มีความสำคัญในการลำดับชั้นหินตะกอน

แต่ในกรณีที่ไม่มีชั้นหินและซากดึก ดำบรรพ์ปรากฎให้เห็น

จะต้องนำโครงสร้างทางธรณีที่เกิดขึ้นในหินทุกชนิด

ที่เกิดร่วมกันมาพิจารณาหาความสัมพันธ์ เช่น มีหินอัคนีแทรกดันตัด

ผ่านชั้นหินตะกอน

ชั้นหินตะกอนที่ถูกหินอัคนีตัดแทรกจะมีอายุแก่กว่าหินอัคนีชุดนั้นเสมอ

ถ้าเราทราบอายุของ หินอัคนีเราก็จะทราบอายุหินตะกอน

และในทำนองเดียวกันถ้าเราทราบอายุหินตะกอน

โดยศึกษาจากอายุของซากดึกดำบรรพ์

เราก็จะสามารถประมาณอายุหินอัคนีได้เช่นเดียวกัน

ที่มา

edit @ 19 Dec 2010 20:55:28 by NC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet